3 แนวคิดสุดฉลาดในอดีต แต่กลายเป็นว่า “ล้ำสมัย” เกินไป จนไม่ประสบความสำเร็จ

คนเราในบางครั้งก็ยากที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลง ความคิดที่ดีกว่าหรือสมเหตุสมผลหากออกมาเร็วเกินไป ในบางครั้งก็อาจจะไม่ได้รับการยอมรับจากคนรอบๆ ได้เช่นกัน ลองนึกดูสิว่าหากคนปัจจุบันไปบอกคนในยุคล่าแม่มดว่าแม่มดไม่มีอยู่จริงจะเกิดอะไรขึ้น

นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับแนวคิดข้างล่าง เพราะนี่คือ 3 แนวคิดสุดฉลาดที่ดีจริงๆ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะว่าคิดออกมาได้ล้ำสมัยจนเกินไป

 

การล้างมือ

เชื่อหรือไม่ว่าในสมัยก่อนนั้นการล้างมือเพื่อฆ่าเชื้อโรคไม่ได้เป็นเรื่องที่ทุกๆ คนทำกัน ต้องบอกว่าแม้แต่แพทย์เองในสมัยก็ก่อนไม่ได้ล้างมือสักเท่าไหร่ด้วย จนกระทั่งในปี 1847 มีแม่เด็กจำนวนมากที่ตายหลังจากคลอดลูก

นั่นทำให้ Dr. Ignaz Semmelweis พบว่าแม่เด็กที่ทำคลอดโดยหมอนั้น ตายกันมากกว่าแม่เด็กที่ทำคลอดโดยหมอตําแยเสียอีก เนื่องจากพวกหมอมักจะทำการชันสูตรศพก่อนที่จะมาทำคลอด ทำให้มีเชื้อโรคติดมือมา และสามารถแก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยการล้างมือ

อย่างไรก็ตามเมื่อ Ignaz นำเรื่องนี้ไปบอกกับหมอ พวกเขาก็ไม่พอใจอย่างมากและหาว่า Ignaz บอกว่าพวกเขานั้นสกปรก จนทำให้ Ignaz ถูกไล่ออกจากโรงพยาบาลในปี 1850 และถูกส่งเข้าโรงพยาบาลบ้าในเวลาต่อมา

แน่นอนว่าเรื่องที่เชื้อโรคทำให้ผู้เป็นแม่เสียชีวิตในการคลอดถูกพิสูจน์ในเวลาต่อมา และการล้างมือก็กลายเป็นเรื่องแพร่หลายหลังจากนั้น โชคร้ายที่ Ignaz ไม่ได้มีชีวิตอยู่ดูวันนั้น

ที่มา allthatsinteresting

 

พันธุศาสตร์

จำตารางพันเนตต์กันได้ไหม (ถ้าจำไม่ได้ดูในรูปเลย) มันเป็นแผนภาพที่ใช้ช่วยทำนายผลที่ได้จากการทดลองการผสมพันธุ์ ที่สร้างขึ้นโดย Reginald C. Punnett แต่ Punnett ไม่ใช่คนแรกที่คิดเรื่องลักษณะทางพันธุกรรมได้ เพราะคนแรกที่คิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้คือ Gregor Mendel ต่างหาก

ทฤษฎีว่าด้วยการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมเหล่านี้มีชื่อว่า “กฎของเมนเดล” ถูกคิดค้นขึ้นมาตั้งแต่ในปี 1866 แต่โชคร้ายที่คนในสมัยนั้นไม่เข้าใจในผลงานของเขา แม้ว่าเขาจะเสนอมันให้แก่สถาบันวิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเวลานั้นก็ตาม

กว่าที่ทฤษฎีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจะโด่งดังขึ้นมาก็หลังจากที่เมนเดลเสียชีวิตไปแล้วนั่นเอง

ที่มา biography

 

รถยนต์พลังงานไฟฟ้า

รถยนต์พลังงานไฟฟ้าถือเป็นทางเลือกของคนรักธรรมชาติ แต่แม้ว่ามันจะสร้างมลพิษน้อยกว่าเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน แต่ราคาของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าก็แพงกว่ารถยนต์ทั่วไปอยู่มาก ทำให้ปริมาณรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่วิ่งอยู่บนท้องถนนมีอยู่ไม่มากนัก

แต่เชื่อหรือไม่ว่าในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 รถยนต์ส่วนมากที่วางขายกลับเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและพลังงานไอน้ำ (38% เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 40% เป็นพลังงานไอน้ำ และ 22% ใช้น้ำมัน)

แต่ด้วยความที่ว่าคนในสมัยก่อนยังไม่มีปัญหาเรื่องมลพิษหรือน้ำมันแพง ดังนั้นเมื่อ Henry Ford ผลิตรถ Model T ที่มีเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันในราคาถูกกว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าครึ่งหนึ่ง ทุกๆ คนจึงหันไปให้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันกันหมด

นั่นทำให้กว่าที่กระแสรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะกลับมาดังก็ในศตวรรษที่ 21 นี่เอง

ที่มา cleantechnica

 

ที่มา thechive

Comments

Leave a Reply