แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงช่างตัดผม คนในปัจจุบันก็คงจะนึกถึงอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากคนที่ให้บริการตัดผม อย่างดีก็อาจจะมีโกนหนวดโกนเครา หรือตัดขนจมูกเพิ่มขึ้นมา แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นสิ่งที่เกี่ยวกับสิ่งที่อยู่บนส่วนหัวของมนุษย์แน่ๆ
แต่นั่นอาจไม่ใช่สิ่งที่คนในสมัยก่อนคิดก็เป็นได้ เพราะจากหลักฐานงานเขียนในช่วงศตวรรษที่ 16 แล้ว “ช่างตัดผม” มีบริการที่มากมาย และแปลกมากๆ เพราะไม่เพียงแต่ตัดผมเท่านั้น แต่ช่างตัดผมในสมัยก่อนยังมีบริการต่อไปนี้อีกด้วย
เทน้ำมันร้อนๆ ลงสู่บาดแผลกระสุนปืน
ในสมัยก่อนหากถูกกระสุนยิง แทนที่จะผ่าเอากระสุนออกคนส่วนมากมักจะใช้น้ำมันร้อนๆ ในการละลายกระสุนมากกว่า และแม้ว่าต่อมาจะมีการเปลี่ยนจากน้ำมันเป็นส่วนผสมของ ไข่ น้ำมันกุหลาบ และน้ำมันสนก็ตาม แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงให้ช่างตัดผมทำ แทนที่จะเป็นหมอ

รีดเลือดเพื่อการรักษา
ในยุคที่เชื่อว่าการใช้ปลิงดูดเลือดหรือการรีดเลือดออกจากร่างกายช่วยรักษาโรคได้สารพัดนั้น คนเราสามารถไปรีดเลือดกับช่างตัดผมได้ด้วย!! เพราะความนิยมการรีดเลือดในสมัยนั้นมีสูงมาก จนแทบจะพูดได้เลยว่าช่างตัดผมทุกคนต้องรีดเลือดเป็น แถมยังมีการวางเลือดที่รีดออกมาโชว์หน้าร้านเพื่อโฆษณาด้วยนะ

สระผมด้วยฉี่หมัก
เอาเข้าจริงๆ คนเราใช้ฉี่ในการทำความสะอาดมานานแล้ว อย่างในสมัยโรมันเองก็มีการใช้ฉี่แปรงฟัน และซักผ้ามาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตามฉี่หมักที่ใช้สระผมนั่นเรียกกันว่า Lotium ซึ่งมีการใช้งานคล้ายกับแชมพูทั่วๆ ไปนั่นเอง

ผ่านิ่วในที่สาธารณะ
คุณอ่านไม่ผิด การผ่านิ่วเป็นหน้าที่ของช่างตัดผมจริงๆ แถมมักทำกันในต่อหน้าผู้ชมจำนวนมากๆ ด้วย ดูเหมือนว่าแพทย์ในสมัยก่อนจะมองว่าอาชีพของตัวเอง “สูงส่ง” เกินกว่าที่จะมาทำงานสกปรก ดังนั้นหลายๆ ครั้งงานอย่างการรีดเลือดหรือผ่านิ่วจึงตกเป็นของช่างตัดผมไป
อย่างไรก็ตามใช่ว่าช่างตัดผมทุกคนจะมีความรู้แพทย์จริงๆ การผ่านิ่วในสมัยนั้นจึงเป็นอะไรที่อันตรายแบบสุดๆ ไปเลย

ทำความสะอาดฟันด้วยกรดไนตริก
ช่างตัดผมในสมัยนั้นจะบอกว่าทำทุกอย่างเลยก็ว่าได้ เพราะหากลูกค้าต้องการ คนเหล่านี้ก็สามารถทำความสะอาดฟันให้คุณได้ด้วย โดยนี่จะเป็นการใช้ผ้าและไม้จิ้มฟันทำความสะอาดฟันให้กับคุณ ก่อนที่จะใช้น้ำสูตรพิเศษ “Aqua Fortis” ในการทำให้ฟันของคุณขาวขึ้น
ฟังดูดีใช่ไหมล่ะ แต่ Aqua Fortis นั้นมันคือน้ำที่มีส่วนผสมของกรดไนตริกปริมาณมาก ซึ่งแม้ว่าจะทำให้ฟันขาวขึ้นก็จริง แต่ก็ทำลายฟันในเวลาเดียวกันด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าขาวขึ้นแต่บางลงนั่นเอง

ที่มา ranker และหนังสือ Physicians and Surgeons in Glasgow
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.