ตามปกติการค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ก็นับว่าเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่อยู่แล้ว ดังนั้นการค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์สายพันธ์ุใหม่ที่เคยมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จึงต้องนับว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าปกติเป็นธรรมดา
เพราะเมื่อไม่นานมานี้ได้มีข่าวการค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์อายุราวๆ 200 ล้านปีจากยุคจูราสสิก ที่มีน้ำหนักถึง 12 ตัน และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น
ไดโนเสาร์สายพันธุ์ที่ถูกพบนี้ถูกตั้งชื่อว่า “Ledumahadi mafube” ซึ่งมาจากภาษา Sesotho ภาษาท้องถิ่นที่พูดกันบริเวณที่มีการขุดพบฟอสซิลในแอฟริกาใต้ และมีความหมายว่า “ฟ้าผ่าใหญ่ในรุ่งอรุณ”
Ledumahadi mafube เชื่อกันว่าเป็นสายพันธุ์ใกล้ชิดกับ Brontosaurus ไดโนเสาร์คอยาวที่มีชีวิตอยู่ในช่วงปลายยุคจูราสสิค และทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้รับข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการของไดโนเสาร์เลยก็ว่าได้
โดย Ledumahadi mafube นั้นจากโครงสร้างทางกายภาพแล้วน่าจะเป็นบรรพบุรุษของไดโนเสาร์กลุ่ม sauropods ที่เป็นกลุ่มไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตามไดโนเสาร์กลุ่ม sauropods มักจะเป็นไดโนเสาร์ที่เดินสี่ขา ผิดกับ Ledumahadi mafube สามารถยืนสองขาได้หากต้องการ และคาดว่าน่าจะวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษที่เดินสองขาอีกที
ว่าง่ายๆ ว่าไดโนเสาร์สายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงจากพันธุกรรม ทำให้มันกลายเป็นสายพันธุ์ที่ทรงคุณค่าในการศึกษาเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้การที่ Ledumahadi mafube มีความใกล้เคียงทางพันธุกรรมกับไดโนเสาร์อื่นๆ ที่พบในอาร์เจนตินาทำให้มีความเป็นไปได้ว่าในสมัยก่อน ไดโนเสาร์สามารถเดินทางข้ามทวีปได้
นั่นหมายความว่าการมีอยู่ของ Ledumahadi mafube จะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของทฤษฎีที่ว่าในสมัยก่อนทวีปต่างๆ ของโลกเคยอยู่ติดกันนั่นเอง
แม้ว่าในด้านขนาดตัว Ledumahadi mafube จะพ่ายแพ้ให้กับ Argentinosaurus ไดโนเสาร์รุ่นหลังที่มีชีวิตอยู่ในปลายยุคครีเทเชียส แต่คุณค่าของ Ledumahadi mafube ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าไดโนเสาร์รุ่นน้องเลยแม้แต่น้อย
ที่มา allthatsinteresting, foxnews, history
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.